สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือเบทาโกร

ตลอดระยะเวลากว่า 48 ปี เครือเบทาโกร เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความมีคุณธรรม โดยมิได้มุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว เบทาโกรเชื่อมั่นว่า การที่เราจะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้นเราจะต้องดำเนินธุรกิจไปพร้อม ๆ กับการคำนึงถึงและสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กันไปเสมอ

Betagro sustainable Development

จุดแข็งของเบทาโกรที่สามารถนำมาสร้างประโยชน์ได้ คือ องค์ความรู้ที่มีอยู่ทั่วองค์กร ซึ่งล้วนมาจากการสั่งสมประสบการณ์ของการบริหารจัดการทางด้านปศุสัตว์และการเกษตรอุตสาหกรรม ที่มีห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง ตลอดจนการปรับปรุงพัฒนาตนเองตลอดเวลาอย่างไม่หยุดนิ่ง ดังนั้น หากสามารถนำองค์ความรู้ที่เราเคยทำสำเร็จเหล่านี้ไปถ่ายทอดสู่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรอบด้าน ไม่ว่า จะเป็น ลูกค้า คู่ค้า สังคม และชุมชน นำไปพัฒนาในด้านของตน ทำให้สามารถเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน ในขณะเดียวกันการถ่ายทอดนี้เองย่อมก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เข้าใจกัน และนำมาซึ่งการพัฒนาตัวเราเองได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

ดังนั้น ในด้านบุคลากร เครือเบทาโกรจึงมีมุมมองที่มุ่งสร้าง “คนดี” ก่อน “คนเก่ง” เพราะเชื่อเสมอว่า คนดีจะมีศักยภาพในการทำงานมากกว่า องค์กรที่สะสมคนดี เปิดโอกาสให้คนดีได้พัฒนาความสามารถจนกลายเป็นคนเก่ง องค์กรนั้นจึงจะเจริญรุ่งเรือง และคนดีเหล่านั้นเองที่จะสามารถส่งมอบความดีและความเก่งไปสู่สังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อมด้วยจิตใจอาสาอย่างแท้จริง ด้วยเจตนารมย์ที่มุ่งมั่นให้ทุกพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน

ในปี 2557 ที่ผ่านมาจึงเป็นปีที่เครือเบทาโกรประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารและควบคุมนโยบายด้านความยั่งยืน เพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้จริยธรรมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ด้วยความเชื่อมั่นว่า คุณค่าของการแบ่งปันร่วมกัน จะเชื่อมโยงทั้งธุรกิจ พนักงาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคม และชุมชน ให้ก้าวไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและมั่นคง

วนัส แต้ไพสิฐพงษ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
เครือเบทาโกร